10 เรื่องน่ารู้ที่คอกาแฟไม่ควรพลาด

1. ทุกอย่างเริ่มจากแพะ
ก่อนที่จะมาเป็นกาแฟที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ เชื่อไหมว่าคนสมัยก่อนนั้นเขาไม่ได้เอาเมล็ดกาแฟมากินกันหรอก แต่เอาไว้ใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์มาก่อน จนกระทั่งชาวเอธิโอเปียสังเกตว่าแพะที่กินเมล็ดกาแฟเข้าไปดูร่าเริงกระปรี้กระเปร่าผิดปกตินี่แหละ จึงได้เกิดสงสัยขึ้นมาว่าเจ้าเมล็ดกาแฟนี่อาจเอามาใช้เป็นของกินเพิ่มพลังงานให้มนุษย์เราได้เหมือนกัน

2. กาแฟเคยเป็นขนมมาก่อน
เราไม่ได้พูดถึงพวกขนมยอดฮิตอย่างเค้กหรือไอศกรีมรสกาแฟที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้หรอก แต่ก่อนจะมาเป็นเครื่องดื่มที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของใครหลาย ๆ คน ชาวแอฟริกันเคยเอาเมล็ดกาแฟมาบดแล้วปั้นผสมกับไขมันสัตว์เพื่อใช้กินเหมือนกับเป็นขนมมาก่อนต่างหาก ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ได้รับความนิยมสักเท่าไหร่แล้วล่ะ แบบนี้แล้วคงจะเดาเรื่องรสชาติกันได้ไม่ยากเลยทีเดียว

3. อังกฤษเคยสั่งปิดร้านกาแฟ
ใครจะเชื่อล่ะว่าประเทศผู้ดีอย่างอังกฤษจะเคยสั่งปิดร้านกาแฟทั่วเมืองมาก่อน และที่ทำแบบนั้นก็ไม่ใช่เพราะชาวอังกฤษคลั่งไคล้ชามากจนอิจฉาความนิยมที่เพิ่มขึ้นของกาแฟหรอกนะ แต่ในปี 1675 กษัตริย์ของอังกฤษเคยสั่งปิดร้านกาแฟเพราะคิดว่าชาวเมืองไปรวมตัวกันตามร้านกาแฟเพื่อวางแผนต่อต้านพระองค์ต่างหาก ทำให้ร้านกาแฟทั่วประเทศปวดหัวไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว

4. ต้นกาแฟสูงกว่าที่คุณคิด
ที่จริงแล้วต้นกาแฟนั้นสูงใหญ่มาก โดยสามารถสูงได้ถึง 30 ฟุตหรือราว 9 เมตรเลยทีเดียว แต่ที่ปัจจุบันเรามักจะเห็นว่าไร่กาแฟส่วนใหญ่มีต้นกาแฟสูงแค่ 10 ฟุตหรือราว 3 เมตรเท่านั้น ก็เป็นเพราะว่าชาวไร่เลือกจะปลูกขนาดที่เตี้ยลงเพื่อให้สะดวกในการเก็บเกี่ยวมากขึ้นเท่านั้นแหละ

5. จอร์จ วอชิงตัน
เป็นยี่ห้อกาแฟสำเร็จรูปเจ้าแรกของโลกไม่ต้องตกใจไป เพราะประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกาอย่าง จอร์จ วอชิงตัน ไม่ได้ผันตัวเองมาเป็นนักธุรกิจผลิตกาแฟสำเร็จรูปขายหรอก เพียงแต่ว่าชาวเบลเยี่ยมซึ่งเป็นผู้ผลิตกาแฟสำเร็จรูปเจ้าแรกของโลกในปี 1906 ตั้งชื่อกาแฟนั้นว่า จอร์จ วอชิงตัน เพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคลสำคัญที่เขานับถือเท่านั้นเอง

6. ที่มาของอเมริกาโน่
หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่าทำไมเมนูกาแฟถึงมีชื่อประเทศรวมอยู่ด้วย ซึ่งคำตอบก็คือมันเป็นเพราะกาแฟชนิดนี้มีที่มาจากทหารชาวอเมริกันนั่นเอง โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ทหารอเมริกันมักจะสั่งกาแฟเอสเพรสโซ่ดื่มเพื่อให้ร่างกายตื่นตัวมากขึ้น แต่มักจะขอให้ผสมน้ำอุ่นลงไปด้วยเสมอ เพื่อไม่ให้มีรสแรงจนเกินไป และนั่นก็คือที่มาของเมนูอย่างอเมริกาโน่ที่เราทานกันอยู่ทุกวันนี่

7. อาราบิก้าเป็นที่นิยมมากว่าโรบัสต้า
จากสถิติแล้วคนทั่วโลกทานกาแฟอาราบิก้าซึ่งมีรสนุ่มกลิ่นหอมหวานถึง 70% ในขณะที่ทานกาแฟโรบัสต้าซึ่งรสเข้มกว่าและมีคาเฟอีนสูงกว่าถึง 50% เพียงแค่ 30% เท่านั้น จึงเห็นได้ชัดเลยว่าอาราบิก้านั้นเป็นที่นิยมมากว่าโรบัสต้าจริง ๆ

8. มีการซื้อขายเป็นอันดับ 2 ของโลก
ถึงเราจะกินกาแฟกันอยู่ทุกวัน แต่ใครจะไปคิดล่ะว่ากาแฟจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายกันมากเป็นอันดับ 2 ของโลกเลยทีเดียว ในขณะที่อันดับ 1 คือสิ่งของที่ขาดไม่ได้ยิ่งกว่าอย่างน้ำมันนั่นเอง แบบนี้แล้วใครจะปฏิเสธได้อีกล่ะว่ากาแฟถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ ของโลก

9. กว่าจะมาเป็นเมล็ดกาแฟที่เรากิน
คุณอาจคิดว่าเมล็ดกาแฟนั้นมาถึงก็เป็นเมล็ดสีน้ำตาลหน้าตาน่ากินตั้งแต่แรกแล้ว แต่รู้ไว้เถอะว่าที่จริงแล้วมันต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนกว่านั้นมากนัก โดยแรกเริ่มนั้นผลกาแฟก็เหมือนผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั่วไปที่มีสีสันสดใสน่ารักและขนาดพอดีคำนั่นแหละ ซึ่งอันดับแรกเราก็ต้องลอกเปลือกสีชมพูเหลือบแดงของมันออกมาก่อนจนเหลือแค่เมล็ดด้านในเท่านั้น จากนั้นจึงเอาเมล็ดที่ได้ไปตากแดดทิ้งไว้จนแห้งและมีสีเขียว ก่อนจะเอาไปอบด้วยความร้อน 500 องศาให้พองจนมีขนาดใหญ่เกือบเท่าตัวและเป็นสีน้ำตาล จึงจะสามารถเอาไปทำเป็นกาแฟต่อไปได้

10. ฮาวายเป็นรัฐเดียวในสหรัฐฯ ที่ปลูกกาแฟ
แม้ว่าเราจะเห็นชาวอเมริกันดื่มกาแฟกันมากไม่แพ้เครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ แต่เชื่อไหมว่าแม้สหรัฐอเมริกาจะกว้างใหญ่อยู่ไม่น้อย แต่ฮาวายเป็นเพียงรัฐเดียวเท่านั้นที่มีการเพาะปลูกกาแฟในสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี กาแฟที่ปลูกในฮาวายนั้นถือว่ามีเอกลักษณ์มากทีเดียว เพราะกาแฟที่ให้ความรู้สึกละมุนลิ้นปนด้วยกลิ่นเครื่องเทศอ่อน ๆ ของที่นี่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกเลยทีเดียว

พออ่านจบแล้ว นอกจากเราจะได้ความรู้รอบตัวใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้เราได้รู้ว่ากว่าจะมาเป็นกาแฟที่เรากินกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้นสั่งกาแฟคราวหน้าอย่าลืมทานให้หมดแก้วเพื่อให้คุ้มค่ากับวิธีทำที่พิถีพิถันด้วยนะจ๊ะ

อ้างอิง : http://hilight.kapook.com/view/76520