รสชาติ ความแตกต่างระหว่าง โรบัสต้า กับ อาราบิก้า

Credit : marleycoffee.com

หลายคนอาจจะไม่ค่อยให้ความสนใจกับรสชาติของกาแฟที่ดื่มกันอยู่ทุกวันนี้เท่าใดนัก แม้ว่าจะเป็นกาแฟสดหรือกาแฟซองแบบสำเร็จรูป ส่วนมากก็เพียงแค่ว่าขอให้ได้เป็นรสชาติที่ถูกปาก แต่สำหรับบางคนที่รู้สึกว่าทำไมกาแฟแก้วนี้จึงอร่อยกว่าหลาย ๆ แก้วที่เคยลิ้มลอง อาจมาจากกาแฟต่างสายพันธุ์ยอดนิยมระหว่าง โรบัสต้า กับ อาราบิก้า ก็เป็นได้ ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์นี้ต่างเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก และได้รับความนิยมมากที่สุดจากสายพันธุ์ทั้งหมดของกาแฟที่มี เชื่อว่ารสชาติของทั้งสองชนิดนี้ เหล่าคอกาแฟตัวยงจะต้องเคยสัมผัสกันมาแล้วเป็นแน่

กล่าวกันโดยทั่วไปแล้ว โรบัสต้าเป็นสายพันธุ์กาแฟที่แพร่หลายมากกว่าอาราบิก้า มีราคาถูกกว่า แต่หากให้พูดถึงรสชาติแล้ว คนที่ได้ลิ้มลองอาราบิก้าก็จะรู้สึกว่าเป็นกาแฟที่มีรสนุ่มละมุน มีความหอมลงตัว แต่ด้วยราคาที่แพงและหายาก คนส่วนมากจึงเลือกดื่มโรบัสต้ากันเป็นหลักนั่นเอง

กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า (Robusta Coffee)
กาแฟสายพันธุ์อันคุ้นหูมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ซึ่งด้วยเหตุผลที่มันหาง่ายและมีราคาถูก กาแฟสำเร็จรูปจึงนิยมเอาโรบัสต้ามาใช้ในกระบวนการผลิต ที่ช่วยลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี ลักษณะของต้นโรบัสต้า จะเป็นพุ่มเตี้ย หนาแน่นอยู่ด้วยใบและกิ่งก้านสาขาจำนวนมาก มีแหล่งกำเนิดแห่งแรกอยู่ในแถบเอธิโอเปีย จากนั้นก็เริ่มแพร่หลายออกสู่โลกภายนอกอย่างต่อเนื่อง

คำอธิบาย: nongnghiep.vn-Robusta-Coffee
Credit : nongnghiep.vn

การเพาะปลูกมีข้อดีคือ การดูแลที่ไม่ยุ่งยาก เจริญเติบโตได้เกือบทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะร้อนหนาว ฝน หรือสภาพพื้นดินที่แห้งแล้ง อัตราการเจริญเติบโตจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นหากปลูกบนพื้นที่ราบ เพาะพันธุ์ได้รวดเร็ว ปัญหาแห้งตายในช่วงต้นอ่อนเกิดขึ้นได้น้อยมาก เมื่อโตเต็มที่จะให้ผลผลิตที่คุ้มค่า ไม่ค่อยมีแมลงหรือโรคเข้ามารบกวน สำหรับในประเทศไทย กาแฟชนิดนี้พบได้มากที่ภาคใต้ ยิ่งพื้นที่ไหนมีแสงแดดส่องถึงมาก ยิ่งทำให้ลำต้นของมันเจริญเติบโตได้ดี เรียกได้ว่าเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกแล้วแทบจะไม่มีปัญหาในการดูแลเลยก็ว่าได้

กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า (Arabica Coffee)
เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ไปกว่าโรบัสต้า เพียงแต่ว่าเป็นสายพันธุ์ที่หาได้ยาก ลักษณะลำต้นของมันจะมีขนาดสูงกว่า จัดอยู่ในไม้พุ่มขนาดกลาง มีถิ่นกำเนิดอยู่บนที่ราบสูงของเอธิโอเปีย แม้อัตราการปลูกของสายพันธุ์นี้จะใช้พื้นที่มากกว่าโรบัสต้าถึง 70 เปอร์เซ็นต์ แต่ผลผลิตที่ให้ในปริมาณน้อย การเจริญเติบโตช้า พื้นที่ในการเพาะปลูกจะต้องปลูกบนเขตพื้นที่สูง เหนือกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,200 เมตรขึ้นไป ไม่ชอบแสงแดดจัด จึงจำเป็นต้องอาศัยเติบโตอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่

Credit : subscriptioncoffee.org

ส่วนสภาพอากาศที่เหมาะสมจะต้องไม่หนาวเย็น หรือร้อนจัด โดยอุณหภูมิที่ช่วยให้ลำต้นเติบโตได้ดีอยู่ที่ไม่เกิน 24 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกไปจนถึงการดูแลมีความยุ่งยาก ภูมิคุ้มกันต่อโรคและแมลงต่ำ ส่งผลให้เกิดต้นทุนการเพาะปลูกสูง พื้นดินต้องถูกเตรียมให้มีความร่วนซุย หน้าดินลึกพอ ในประเทศไทยมีพื้นที่ๆ เหมาะสมต่อการปลูกอยู่บริเวณภาคเหนือ ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เมื่อโตเต็มที่ผลผลิตที่ได้มีปริมาณน้อย อีกทั้งในขั้นตอนการปลูกยังมีอัตราการตายมาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มันมีราคาสูงกว่าโรบัสต้าตามปัจจัยของต้นทุนทั้งแรงงานและค่าใช้จ่ายในการดูแล

ปัจจุบันมีการนำเอาโรบัสต้ามาผสมกับอาราบิก้าเพื่อให้เกิดรสชาติที่มีความนุ่มละมุนมากขึ้น และแม้อาราบาก้าจะมีราคาแพงกว่า สำหรับคอกาแฟที่รักในรสชาติส่วนมากก็ยอมจ่ายให้กับความคุ้มค่าที่กว่าจะได้มาเป็นกาแฟสักแก้วให้เราได้ดื่ม

ขอบคุณที่มา : coffeefavour.com