ความแตกต่างสายพันธุ์ของต้นกาแฟและการเพาะปลูก

Credit : thaikasetsart.com

กาแฟ เป็นไม้ยืนต้นที่มีใบเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี ซึ่งมีสรรพคุณในการกระตุ้นประสาท ต้นกำเนิดของกาแฟมีความเชื่อว่าอยู่ในเอธิโอเปียโบราณในทวีปแอฟริกา ในอดีตนั้น กาแฟเคยเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของดินแดนอาหรับ จากนั้นก็ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ในปัจจุบันประเทศที่ปลูกกาแฟส่งออกติดอันดับโลก ได้แก่ บราซิล เวียดนาม อินโดนีเซีย โคลัมเบีย และอินเดีย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

แม้ว่ากาแฟจะมีอยู่ด้วยกันหลายสายพันธุ์ แต่หลัก ๆ ที่นิยมปลูกและจำหน่ายกันทั่วโลก มีอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์อาราบิก้า (Coffea Arabica) ซึ่งเป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นอย่างมาก โดยผลผลิตของกาแฟพันธุ์อาราบิก้าคิดเป็นร้อยละ 75-80 ของผลผลิตของกาแฟทั่วโลก

ส่วนอีกสายพันธุ์ที่มีผลผลิตประมาณร้อยละ 20 ของกาแฟทั่วโลก คือ พันธุ์โรบัสต้า (Coffea canephora) ซึ่งมีรสชาติและความเข้มมากกว่าอาราบิก้า รวมถึงยังมีปริมาณของคาเฟอีนที่มากกว่า

สายพันธุ์ของกาแฟ

แม้ว่ากาแฟจะมีอยู่ด้วยกันหลายสายพันธุ์ แต่หลัก ๆ ที่นิยมปลูกและจำหน่ายกันทั่วโลก มีอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์อาราบิก้า (Coffea Arabica) ซึ่งเป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นอย่างมาก โดยผลผลิตของการแฟพันธุ์อาราบิก้าคิดเป็นร้อยละ 75-80 ของผลผลิตของกาแฟทั่วโลก

ส่วนอีกสายพันธุ์ที่มีผลผลิตประมาณร้อยละ 20 ของกาแฟทั่วโลก คือ พันธุ์โรบัสต้า (Coffea canephora) ซึ่งมีรสชาติและความเข้มมากกว่าอาราบิก้า รวมถึงยังมีปริมาณของคาเฟอีนที่มากกว่า

การเจริญเติบโตผลิดอกและให้ผลผลิต

ต้นกาแฟสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลอย่างน้อย 700 เมตรขึ้นไป ต้นกาแฟชื่นชอบและจะเจริญเติบโตได้ดีในอากาศที่หนาวเย็น และมีความชื้นของอากาศที่เพียงพอ ต้นกาแฟจะอาศัยน้ำจากน้ำฝนเป็นหลัก

ถ้าต้องการปลูกกาแฟ โดยไม่ต้องการพึ่งพาน้ำจากระบบชลประทาน หรืออยู่ในเขตที่ชลประทานเข้าไม่ถึง อาจปลูกต้นกาแฟคู่กับไม่ผลยืนต้นขนาดใหญ่ หรือปลูกกาแฟภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ป่าที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และอาจจะใช้การคลุมดินที่บริเวณโคนต้น ก็สามารถลดการใช้น้ำของกาแฟได้

การปลูกกาแฟตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงการให้ผลผลิต มักจะต้องใช้เวลาในการเจริญเติบโตอย่างน้อย 3-4 ปี เมื่อต้นกาแฟเติบโตเต็มที่ ก็จะเริ่มติดตาดอก โดยดอกกาแฟจะออกตรงบริเวณซอกใบ มีลักษณะเป็นกลุ่ม มีสีขาว และที่สำคัญดอกของกาแฟจะมีกลิ่นที่หอมหวาน ชวนน่าดมเป็นยิ่งนัก

เมื่อดอกกาแฟบานเต็มที่แล้ว ก็ถึงเวลาผสมเกสร ซึ่งการผสมเกสรก็จะทำให้เกิดการสร้างเมล็ดกาแฟ ซึ่งจะใช้เวลายาวนานถึง 7-9 เดือนนับตั้งแต่ออกดอก โดยทั่วไปจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงเดือนกันยายน ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับสายพันธุ์ว่ามีระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่ช่วงใด

การเก็บเกี่ยวผลผลิต มักจะเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สุกเต็มที่ โดยเกษตรกรจะใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ บีบผลกาแฟลูกสีแดง ๆ ถ้าผลสุกเต็มที่และสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว เมื่อบีบแล้วเมล็ดกาแฟก็จะหลุดออกมาโดยไม่ต้องใช้แรงบีบมากนัก เมื่อได้เมล็ดกาแฟมาแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการถัดไป คือ การผลิตเมล็ดกาแฟ ซึ่งมี 2 กรรมวิธีหลัก ๆ ได้แก่ วิธีทำสารกาแฟแบบแห้ง และวิธีการทำสารกาแฟแบบหมักหรือแบบที่ต้องใช้น้ำ โดยแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป

การปลูกกาแฟตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต อาจใช้เวลายาวนานถึง 5 ปี เมื่อกาแฟติดดอกแล้ว ก็อาจต้องรอจนถึง 9 เดือนจนผลสุกเต็มที่ และพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยว เกษตรกรจะเลือกเก็บกาแฟที่สุกเต็มที่เท่านั้น หลังจากนั้นก็จะนำผลของกาแฟที่เก็บเกี่ยวได้ เข้าสู่ขั้นตอนของการผลิตเมล็ดกาแฟต่อไป ซึ่งกว่าจะได้กาแฟที่หอมกรุ่นและมีรสชาติที่ดี อาจจะต้องใช้ระยะเวลายาวนานกว่าที่คุณเคยคิดไว้ก็ได้

ขอขอบคุณ : coffeefavour.com